เอ.พี. ฮอนด้า วางกลยุทธ์พลิกวงการรถจักรยานยนต์ไทยสู่ยุคใหม่ ประเดิมด้วย Honda MSX125SF สปอร์ตมินิไบค

การสนทนาใน 'News and Articles' เริ่มโดย News, 19 กุมภาพันธ์ 2016

ติดต่อโฆษณาได้ที่ [email protected]
By News on 19 กุมภาพันธ์ 2016 at 05:27
  1. News

    News Moderator ทีมงานสมาชิก

    ข้อความ:
    66
    Likes Received:
    0
    [​IMG]
    เอ.พี. ฮอนด้า วางกลยุทธ์พลิกวงการรถจักรยานยนต์ไทยสู่ยุคใหม่ ส่งมอบ 3 ประสบการณ์ใหม่สู่ไลฟ์สไตล์การขับขี่แห่งอนาคต ประเดิมด้วย Honda MSX125SF สปอร์ตมินิไบค์สุดโฉบเฉี่ยว

    เอ.พี. ฮอนด้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งวงการรถจักรยานยนต์ไทยเป็นปีที่ 27 ติดต่อกันด้วยยอดจำหน่าย 1.35 ล้านคัน จากตลาดรวมทั้งสิ้น 1.68 ล้านคัน วางกลยุทธ์ใหม่เตรียมส่งมอบคุณค่าที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนให้กับผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ของการขับขี่ที่ครบครัน นำเสนอโมเดลใหม่ถึง 10 รุ่นภายใน 2 ปี เพื่อรับมือกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคแห่งไลฟ์สไตล์ พร้อมกับวางเป้าหมายปี 2016 ไว้ที่ 1.35 ล้านคันจากตลาดรวม 1.7 ล้านคัน ประเดิมเปิดตัวรุ่นแรก Honda MSX125SF สปอร์ตมินิไบค์ที่มาพร้อมกับดีไซน์อันโฉบเฉี่ยว

    มร.โนบุฮิเดะ นางาตะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทยเปิดเผยว่า "ในปี 2015 ที่ผ่านมา ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยยังอยู่ในสภาวะทรงตัว มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 1.68 ล้านคัน ปรับตัวลดลงเล็กน้อยราว 1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่ฮอนด้ามียอดจำหน่ายอยู่ที่ 1.35 ล้านคัน ครองความเป็นผู้นำตลาดเป็นปีที่ 27 ติดต่อกัน โดยสาเหตุหนึ่งที่ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไปไม่มากนักเป็นเพราะอัตราการถือครองรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยนั้นค่อนข้างสูงอยู่แล้ว และในทางเศรษฐกิจก็ยังไม่มีปัจจัยบวกที่ก่อให้เกิดการซื้อขายมากไปกว่าเดิม ในขณะที่ตลาดรถบิ๊กไบค์นั้นมีฐานผู้ซื้อเป็นคนเมืองที่มีรายได้สูงจึงยังคงมีอัตราการเติบโตที่ต่อเนื่องโดยในปี 2015 มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 19,000 คัน เติบโตขึ้น 20% ในขณะที่ฮอนด้ามียอดจำหน่ายโดยประมาณอยู่ที่ 6,900 คันเติบโตขึ้นราว 26%"

    [​IMG]

    "การเติบโตไม่ได้เกิดขึ้นกับรถบิ๊กไบค์เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นกับรถราคาสูงประเภทอื่นๆ และรถประเภท Hobby ที่มีคุณค่าทางจิตใจและอารมณ์ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าผู้บริโภคชาวไทยยุคใหม่ไม่ได้ซื้อรถเพียงเพื่อใช้สำหรับเดินทางเท่านั้น แต่ยังต้องการรถที่ให้ความสนุกในการขับขี่ หรือเพื่อแสดงความเป็นตัวตนทางสังคม กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในที่สุด ดังนั้นแม้ฮอนด้าจะเป็นผู้นำตลาดก็ไม่อาจจะหยุดพัฒนาได้ เราจะก้าวนำการเปลี่ยนแปลงเพื่อพลิกโฉมวงการรถจักรยานยนต์ไทยสู่ยุคแห่งอนาคต ด้วย 3 ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน"

    "ประสบการณ์แรกที่เราจะนำเสนอคือผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าใหม่ (New Valued Products) และผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value-Added products) เพื่อส่งมอบความรู้สึกที่อยู่เหนือความคาดหวังของลูกค้าถึง 10 รุ่นภายใน 2 ปี โดยในจำนวนนี้จะมี 5 รุ่นที่เป็นโมเดลใหม่ไม่เคยมีมาก่อนในเมืองไทยหรือที่เรียกว่า Brand New และอีก 5 รุ่นที่เป็นการปรับโฉมแบบทั้งคันหรือ All New"

    "ประสบการณ์ที่สองคือการพัฒนาเครือข่ายใหม่เพื่อส่งเสริมไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่แตกต่าง เริ่มจากการขยายสาขา Honda BigWing เพิ่มอีก 8 แห่ง รวมเป็น 21 แห่ง ครอบคลุมทุกหัวเมืองสำคัญทั่วประเทศภายในปีนี้เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มผู้ขับขี่บิ๊กไบค์ที่กำลังเติบโตขึ้น นอกจากนั้น เราจะพัฒนาเครือข่ายร้านคอนเซปต์ยุคใหม่ที่เรียกว่า New Valued Network ซึ่งจะเป็นร้านที่ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ผู้ใช้รถที่มีความเป็นตัวของตัวเองและต้องการความแตกต่าง โดยฮอนด้าจะเริ่มโครงการนี้ในปี 2017"

    "ประสบการณ์ที่สาม คือการนำเสนอความสนุกสนานใหม่ๆในการขับขี่ที่หลากหลายผ่านศูนย์ Active Riding Center ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยสู่การเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมการขับขี่ยุคใหม่ที่มีทั้งการขับขี่เพื่อท่องเที่ยว การขับขี่แบบสปอร์ตเพื่อท้าทายสมรรถนะของรถและความสามารถของผู้ขับขี่ หรือการขับขี่แบบออฟโรด นอกจากนี้ ที่แห่งนี้ยังจะเป็นศูนย์กลางในการเติมเต็มความต้องการทางอารมณ์ของผู้ที่ชอบแต่งรถอีกด้วย เพราะจะเป็นแห่งแรกที่รวบรวมอุปกรณ์แต่งรถและคอลเลคชั่นจากฮอนด้าอย่างสมบูรณ์แบบ โดยศูนย์ Active Riding Center จะเปิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไปที่จังหวัดเชียงใหม่ และภูเก็ต"

    "สำหรับตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในปี 2016 เราคาดว่าปัจจัยเสี่ยงเรื่องน้ำอาจส่งผลต่อภาคเกษตรกรรม แต่ด้วยมาตรการรับมือของรัฐที่ค่อนข้างรวดเร็ว และการเติบโตในภาคธุรกิจท่องเที่ยว จะยังช่วยผลักดันให้ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยเติบโตขึ้นเล็กน้อย และน่าจะมียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 1.7 ล้านคัน โดยฮอนด้าตั้งเป้าหมายการจำหน่ายในปีนี้ไว้ที่ 1.35 ล้านคัน ในส่วนของตลาดรถบิ๊กไบค์น่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจนแตะระดับ 25,000 คัน โดยฮอนด้าตั้งเป้าหมายไว้ที่ 10,000 คัน"

    [​IMG]

    พร้อมกันนี้ เอ.พี. ฮอนด้า ยังได้ประเดิมเปิดตัวรถประเภทมูลค่าเพิ่มหรือ Value-Added Product เป็นครั้งแรกของปีด้วย Honda MSX125SF ที่ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “Endorphine Clutcher” ให้เป็นสปอร์ตมินิไบค์ที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยวล้ำสมัย ให้อารมณ์ที่ดุดัน มีความคล่องตัวในการใช้งาน เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาสิ่งที่เหนือกว่าสำหรับการขับขี่ในเมือง

    Honda MSX125SF ล้ำสมัยด้วย Sporty Dynamic Design ถ่ายทอดอารมณ์จากรถบิ๊กไบค์แนวเนคเก็ด มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟสูงแยกดวง และไฟบอกตำแหน่งสีฟ้าในแบบ LED Line, แผงหน้าปัดแบบฟูลดิจิตอลสีฟ้า, ท่อไอเสียดีไซน์ใหม่สไตล์รถบิ๊กไบค์, ฝาถังน้ำมันแบบติดกับตัวถัง, กุญแจแบบพับได้เพื่อความสะดวกสบายในการเก็บและใช้งาน และโช้คหน้าแบบหัวกลับ

    [​IMG]

    ในด้านระบบขับเคลื่อน Honda MSX125SF มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 จังหวะขนาด 125cc ระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยอากาศ พร้อมสวิทช์สำหรับเปิด-ปิดเครื่องยนต์เพื่อความปลอดภัย ดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมคาลิปเปอร์สีแดงเข้าชุดกับล้อแม็กสีดำและยางหน้ากว้างพิเศษ

    เอ.พี.ฮอนด้าพร้อมวางจำหน่าย MSX125SF ที่ศูนย์จำหน่ายและบริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศตั้งแต่วันทึ่ 26 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป ด้วยราคาแนะนำที่ 70,500 บาท โดยมีให้เลือกทั้งสิ้น 4 สี ได้แก่สีแดงเบิร์นนิ่งเรด, สีเหลืองไฮเปอร์เยลโลว์, สีขาวบูสเตอร์ไวท์, สีดำอีคลิปส์แบล็ค

    ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.aphonda.co.th และติดตามกิจกรรมต่างๆของเอ.พี. ฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊ค www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
     

ความคิดเห็น

การสนทนาใน 'News and Articles' เริ่มโดย News, 19 กุมภาพันธ์ 2016

  • Tags:

แบ่งปันหน้านี้